วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2559

การเลี้ยงกุ้งฝอย ในบ่อดิน


สําหรับการเลี้ยงกุ้งฝอย ควรเป็นบ่อขนาด 1 งาน หรือประมาณ 0.5 ไร่ ถ้าขนาดใหญ่เกินไปจะทําให้ดูแลได้ไม่ทั่วถึง ความลึกของบ่อประมาณ 1.5 เมตร เติมน้ำสูง ประมาณ 1 เมตร แต่สิ่งสําคัญประการหนึ่งคือ การป้องกันศัตรู ดังนั้น บริเวณบ่อต้องให้โล่งเตียน เพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของกบ เขียด งู ที่จะมาลงกินกุ้งฝอยในบ่อเลี้ยง นอกจากนี้ ในบ่อเลี้ยงต้องมีการกําจัดปลาที่เป็นศัตรูอย่าง ปลาช่อนปลาดุกด้วย

“พวกนี้จัดเป็นศัตรูของกุ้งฝอยมาก ที่สําคัญ จําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดําเนินการหาทางป้องกันไว้ โดยที่ปฏิบัติอยู่เราจะล้อมรอบบ่อเลี้ยงด้วยไนลอนเขียวตาถี่ๆ ด้วย และในการป้องกันกําจัดศัตรูที่อยู่ในน้ำเราจะใช้พวกกากชา หางไหล ใส่ทิ้งไว้ 3-5 วัน”
ในการเตรียมบ่อเลี้ยงให้เริ่มจากหว่านปุ๋ยคอกจํานวน 150-200 กิโลกรัม หว่านรําละเอียด 30 กิโลกรัม แล้วใส่น้ำสูง 30-50 เซนติเมตร เมื่อเกิดไรแดงและโรติเฟอร์จํานวนมาก สีน้ำเริ่มเขียวให้นําพ่อแม่พันธุ์กุ้งฝอยใส่ลงไปจํานวน 4-5 กิโลกรัม สําหรับพ่อแม่พันธุ์กุ้งฝอยที่นํามาใส่บ่อเลี้ยงควรคัดที่มีขนาดใหญ่ และขนาดใกล้เคียงกัน โดยสามารถคัดได้ทุกฤดูกาล ยิ่งในช่วงฤดูร้อนยิ่งดีมาก กุ้งฝอยจะขยายพันธุ์ได้เร็วในช่วงฤดูฝน

“กุ้งฝอยจะผสมพันธุ์ภายใน โดยเพศเมียจะมีไข่ขนาดเล็กๆ อยู่ในหัวและเมื่อได้รับการผสมแล้ว จะเคลื่อนที่มาอยู่บริเวณท้อง จนกว่าไข่จะแก่ เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ถ้าไข่สีเขียวเข้มจนเป็นสีเทาแสดงว่าไข่แก่ เมื่อน้ำมีสภาพดี โดยเฉพาะถ้าเป็นน้ำขุ่นจะเจริญเติบโตดีมากกว่าน้ำใส ซึ่งในกรณีของน้ำที่ใช้เลี้ยงนี้ กําลังอยู่ระหว่างช่วงการศึกษาเกี่ยวกับความขุ่นของน้ำที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกุ้งฝอยว่าควรเป็นเท่าใด

และกุ้งฝอยจะชอบน้ำมีสีเขียวที่มีแพลงก์ตอนพืชและไรแดง จะชอบมากและวางไข่ ลูกกุ้งจะลอยน้ำในแนวดิ่ง”

อาหารที่ใช้เลี้ยงกุ้งฝอยใช้รําละเอียดและปลาป่น อัตรา 3 ต่อ 1 โดยจากการศึกษาในตู้เพาะเลี้ยงพบว่า สามารถให้ผลผลิตกุ้งฝอยได้ดี และมีปริมาณผลผลิตมาก รวมทั้งมีการใส่ปุ๋ยคอกเสริมบ้างเพื่อสร้างน้ำสีเขียว

สําหรับระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงกุ้งฝอยนั้น จากการศึกษาพบว่า การเลี้ยงกุ้งฝอย หากสามารถปล่อยพ่อแม่พันธุ์ได้ทุกเดือนที่พบว่ากุ้งฝอยมีไข่แก่ บริเวณช่องท้องและเมื่อ กุ้งวางไข่แล้ว จะผสมพันธุ์ได้ต่อไป เมื่อลูกกุ้งเล็กๆ เลี้ยง 3-4 เดือน จะได้ลูกกุ้งโตเต็มวัยสามารถช้อนขายได้ หรือจะช้อนขายเมื่อเห็นว่ากุ้งในบ่อเลี้ยงมีจํานวนมาก เพราะหากกุ้ง มีจํานวนมากเกินไป จะทําให้กุ้งไม่โตและกินกันเองระหว่างการลอกคราบ

นอกจากนี้ ระหว่างการเลี้ยงอาจมีการเพิ่มน้ำหากพบว่า น้ำในบ่อมีปริมาณลดลงไป หากน้ำมีจํานวนน้อยหรือตื้นเขิน กุ้งจะโตช้าและอ่อนแอ

วิธีการจับกุ้งฝอยที่เลี้ยงไว้ในบ่อ 1.ใช้ยอตาถี่ยก โดยการใส่อาหารลงไปในยอเพื่อล่อให้กุ้งมากินอาหาร ประมาณ 10 นาที ยกขึ้น ปริมาณกุ้งจะติดมาในยอมาก โดยขึ้นอยู่กับขนาดของยอด้วย 2.ใช้สวิงช้อนรอบๆ บ่อ วิธีการนี้ควรทําในช่วงเย็นๆ จะดี เนื่องจากตอนเช้านั้น ปริมาณออกซิเจนในน้ำต่ำ จะทําให้กุ้งที่อยู่ภายในบ่ออ่อนแอลงไป เนื่องจากตกใจหรือเครียดในระหว่างการรวบรวม 3.การจับกุ้งนั้นเมื่อจําเป็นต้องวิดน้ำให้บ่อแห้ง ต้องมีการใช้อวนลากก่อน (อวนต้องมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก เพราะหากขนาดใหญ่ กุ้งจะบอบช้ามากและตายภายในเวลาอันรวดเร็ว) จนเหลือกุ้งจํานวนน้อยแล้วค่อยวิดน้ำให้แห้ง หากวิดน้ำครั้งเดียวเลยจะทําให้กุ้งตายหมด และจําหน่ายได้ในราคาต่ำ

ตลาดของกุ้งฝอย

กุ้งฝอยสามารถจําหน่ายได้ดีในปัจจุบัน ซึ่งนิยมบริโภคกุ้งฝอยกันมาก โดยซื้อไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น พล่า แกงเลียง ทอดมัน ทอดใส่ไข่ เป็นต้น โดยกุ้งฝอยจะมีรสชาติอร่อย

“นอกจากนี้ ยังมีการนํากุ้งฝอยเป็นๆ ไปใส่ในตู้ปลาตามร้านอาหารหรือภัตตาคาร เพื่อจําหน่ายสดๆ อันเป็นที่นิยมของลูกค้ามากในปัจจุบัน แต่หากเห็นว่าปริมาณกุ้งฝอยจากการเพาะเลี้ยงมีปริมาณมากเกินไป ก็สามารถนํามาแปรรูปได้ โดยทําเป็นกุ้งจ่อม (กุ้งหมัก) ซึ่งจําหน่ายได้ราคาดีมาก ดังนั้น จะเห็นว่าการเลี้ยงกุ้งฝอยจะจําหน่ายได้ตลอดเวลา และราคากุ้งฝอยจะสูงมากในช่วงฤดูหนาว”

เครดิต บทความดีๆๆจาก
ณัฐพงศ์ (ศุภชัย) อรชร/นครราชสีมา  http://www.banmuang.co.th/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น