วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559

การเลี้ยงกุ้งฝอยในกระชัง

การเตรียมกระชัง สำหรับ การเลี้ยงกุ้งในกระชัง

1. ทำการเย็บกระชังด้วยข่ายเขียว ด้วยขนาดที่เหมาะสม
2.ปักหลักทั้งสี่มุมของกระชังลงในบ่อน้ำ
3.นำผักตบ สาหร่ายลงไปเลี้ยงในกระชัง เหมือนกับวิธีเลี้ยงในบ่อพลาสติก
4.ปล่อยกุ้งลงไปเลี้ยงประมาณ 5 ขีด ต่อกระชัง

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อาหารกุ้งฝอย

อาหารกุ้งฝอย

1.ต้มไข่ให้สุก เอาเฉพาะไข่แดง 2 ฟอง
2.รำอ่อน 3 ขีดผสมให้เข้ากัน ปั้นเท่ากำปั้น โยนลงไปในบ่อประมาณ 3 ก้อน
หลังจากให้อาหารประมาณ1 เดือน  กุ้งจะวางไข่ให้สังเกตตอนกลางคืนโดยการนำไฟฉายมาส่องดูว่ากุ้งจะวางไข่หรือไม่

เทคนิคการเร่งกุ้งให้วางไข่  ให้นำสายยางน้ำประปามาเปิดลงในบ่อ โดยการเปิดแรงๆ ประมาณ 10-20 นาที เพราะกุ้งชอบเล่นน้ำไหลแล้วจะดีดตัวทำให้ไข่ตกลงมา (ธรรมชาติน้ำนิ่งกุ้งไม่วางไข่) ประมาณ 1-2 เดือน  กุ้งก็จะโตเต็มที่ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 4 เดือน จะได้กุ้งประมาณ 20-30 กิโลกรัมราคากิโลกรัมละ 100-200 บาท

สูตรวิธีการช่วยดับกลิ่นฆ่าเชื้อโรคในบ่อ และให้กุ้งโตเร็ว
1.EM 2 ช้อนแกง
2.กากน้ำตาล 2 ช้อนแกง
3.น้ำ 1 ลิตร
นำส่วนผสมมาหมักรวมกันตั้งทิ้งไว้ในที่ร่ม 1 อาทิตย์
อัตราส่วนในการใช้ : อีเอ็ม 1 ลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ใส่บัวรดน้ำราดให้ทั่วบ่อ จะใช้หลังจากที่เติมน้ำลงไปก่อนปล่อยกุ้ง  จะช่วยดับกลิ่นฆ่าเชื้อโรคในบ่อ  กุ้งโตเร็ว

แหล่งที่มาของข้อมูล :
เว็บไซท์รักบ้านเกิด ดอทคอม ,คุณจันทร์ ชัยภา
ที่อยู่ : หมู่ที่7 ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

วิธีเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์

วิธีเลี้ยงกุ้งฝอยในบ่อซีเมนต์
การเพาะเลี้ยง
เริ่มต้นจากการรวบรวมกุ้งเพศเมียจากแหล่งน้ำธรรมชาติ จำนวนประมาณ 80-100 ตัว นำมาพักไว้ในกระชังอย่างน้อย 1 คืน
คัดเลือกเฉพาะกุ้งเพศเมียที่มีไข่แก่ มองเห็นตาของลูกกุ้งในท้อง เพาะฟักในตะแกรงที่แขวนไว้ในกระชังผ้า ขนาด 1x1x1 เมตร ในบ่อซีเมนต์หรือบ่อดิน
ให้อาหารสำเร็จรูปที่มีโปรตีน 33% ให้อาหารประมาณ 5% ของน้ำหนักตัว แบ่งให้ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ประมาณ 3-4 วัน ไข่จะฟักออกมาเป็นตัว
แยกแม่กุ้งออกจากกระชัง แล้วคัดลูกกุ้งที่มีขนาดเดียวกัน เพื่อสะดวกในการจัดการเพาะเลี้ยง
นำลูกกุ้งที่ได้ไปอนุบาลในกระชังผ้าโอล่อนแก้ว ปริมาณ 50,000 ตัว ในบ่อขนาด 1x1x1 เมตร
สัปดาห์แรก ให้ไข่แดงต้มสุกเป็นอาหาร สัปดาห์ที่ 2-4 ใช้ไรน้ำจืดขนาดเล็กเป็นอาหาร
จากนั้นจึงให้อาหารสำเร็จรูปชนิดผง เป็นอาหารที่มีโปรตีน 40% ให้อาหารในปริมาณ 10% ของน้ำหนักตัว
*** ระยะนี้ต้องระมัดระวังตาข่ายไม่ให้อุดตัน ควรใช้แปรงขนาดเล็กขนอ่อนทำความสะอาดบ่อยครั้ง
ใช้เวลาอนุบาลเป็นเวลา 1 เดือน จึงนำไปเลี้ยงในกระชังหรือบ่อซีเมนต์ได้

การเตรียมบ่อ
ทำความสะอาดบ่อด้วยปูนขาว ตากทิ้งไว้ 2-3 สัปดาห์ กั้นคอกล้อมบ่อด้วยอวนพลาสติคสีฟ้าเพื่อป้องกันศัตรู
เติมน้ำในบ่อโดยผ่านการกรองด้วยผ้าตาถี่ เพื่อป้องกันไข่ปลาและลูกปลาขนาดเล็กๆ เล็ดลอดลงในบ่อกุ้ง
เติมน้ำสูงประมาณ 40-50 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยขี้ไก่ อัตรา 60-120 กิโลกรัม ต่อไร่ ทิ้งไว้ 3-4 วัน
รอจนน้ำเริ่มสีเขียว จึงเติมน้ำจนได้ระดับ 1 เมตร จากนั้นจึงนำลูกกุ้งที่อนุบาลมาแล้วประมาณ 1 เดือน
ปล่อยลงในบ่อ อัตรา 30,000-50,000 ตัว เลี้ยงประมาณ 2 เดือน ก็สามารถจับขายได้ มีอัตรารอด 80%
ที่สำคัญการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ ควรช่วยการหายใจด้วยระบบการเติมออกซิเจนด้วย

เทคนิคการเร่งกุ้งให้วางไข่
ให้นำสายยางน้ำประปามาเปิดลงในบ่อ โดยการเปิดแรงๆ ประมาณ 10-20 นาที
เพราะกุ้งชอบเล่นน้ำไหล แล้วจะดีดตัวทำให้ไข่ตกลงมา (ธรรมชาติน้ำนิ่งกุ้งไม่วางไข่)
ประมาณ 1-2 เดือน กุ้งก็จะโตเต็มที่ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 4 เดือน
จะได้กุ้งประมาณ 20-30 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 100-200 บาท

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก อาจารย์ชาตรี ต่วนศรีแก้ว และ  nanasarakaset.blogspot.com

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สาเหตุที่ทำให้กุ้งตาย

 สาเหตุที่ทำให้กุ้งตาย
1. น็อคน้ำ เพราะค่าน้ำต่างกันมากแต่พอมีทางแก้
2. การขาดอากาศ เพราะการหมุนเวียน้ำไม่เพียงพอ
3. กัดกันตาย เพราะกุ้งคือนักฆ่าเวลาหิว
4. กุ้งที่เราซื้อมาไม่แข็งแรง สภาพแย่มากพร้อมจะตายอยู่แล้ว

วิธีลดการตาย (แบบที่บ้าผมใช้)
- ใช้บ่ออิฐผ้าใบขนาด 4 x 2 x 3 ฟุต ต่อกุ้งฝอย 2 ก.ก. ใส่น้ำ 2 ฟุต
อย่าใส่เต็มเพราะกุ้งจะปีออกทันที เมื่อมีจุดที่น้ำนิ่งหรือไม่หมุนวน
- ถังกรอง 1 ชด ตั้งสูงให้ปล่อยน้ำลงมาแรง โดยตั้งระยะให้น้ำสามารถหมุนวนไปรอบบ่อได้ 4-5 รอบต่อนาทีเป็นอย่างต่ำ หากน้ำนิ่งการตายจะสูง...อ๊อกลมสำหรับผมไม่เคยใช้ เพราะมันไม่ได้ผล
- ลงกุ้งวันแรก จะมีกุ้บางส่วนตายเพราะน็อคให้รีบช้อนแยกไป อย่าปล่อยสะสม เพราะมันจะทำให้ค่าน้ำแย่ลงไป พาลให้ตัวเป็นอื่น ๆ แย่ไปด้วย
- วันที่ 2 น้ำจะขุ่น ให้เปลี่ยนน้ำ 50-60 เปอร์เซ็นต์ แล้วเริ่มให้อาหารกุ้ง หรืออาหารปลาเม็ดเล็ก ให้ทยอยให้เพราะกุ้งใหม่จะยังกินไม่ค่อยเป็น สักวันที่ 3 รับรองกินกระจาย
- บ่อที่ใส่ควรเป็นบ่อสีเข้ม เมื่อกุ้งกินดี สีเข้ม ปลาจะชอบมาก ๆ ๆๆๆ
เทียบกับตัวใส ๆ แล้วคนละเรื่องเลย อันนี้รับรอง

สรุป ต้องให้น้ำหมุนวน จะช่วยป้องเยียวยาเรื่องน็อคน้ำได้ระดับหนึ่ง รวมทั้งการปีนบ่อ การกัดกันตาย..ส่วนความแข็งแรงอยู่ที่เราเลือกซื้อครับ ของผมให้เขามาส่งถึงบ้านตักจากถังสด ๆ เลยตายไม่ถึง 10 %

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ขั้นตอน การซื้อกุ้งให้แข็งแรงไม่ตายง่าย

ขั้นการซื้อกุ้งให้แข็งแรงไม่ตายง่าย


1.ขอให้เขาตักน้ำจากบ่อที่เขาใส่กุ้งไว้มาเยอะๆหน่อย

2.มาถึงบ้านเทใส่ถัง อย่าเอาน้ำก็อกของเราผสมลงไปนะครับ น้ำจากถุงที่ใส่กุ้งมา ได้แค่ไหนเอาแค่นั้นจะขุ่นจะดำช่างมัน

3.เปิดอ็อกซิเจนให้มัน ถ้าทำตามวิธีที่ว่ารับรองอยู่ได้เกินสามวันครับ

ส่วนตัวที่ไม่แข็งแรงอาจมีตายให้ตักออก เพื่อไม่ให้น้ำเน่าครับ

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อาหารของกุ้งฝอยและการให้อาหาร

อาหารของกุ้งฝอย และการให้อาหารกุ้งฝอย  
นำเอาไข่แดงที่ต้มสุกแล้วเน้นว่าเฉพาะไข่แดงครับ จำนวน 2 ฟอง  ผสมกับรำอ่อน 3 ขีด คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นให้ทำการปั้นเป็นก้อนๆ เท่ากำปั้นโยนลงไปในบ่อ ประมาณ 3 ก้อน ทุกๆ วัน หลังจากนั้น 1 เดือนกุ้งฝอยของเราจะเริ่มวางไข่ ให้สังเกตดูตอนกลางคืนโดยนำไฟฉายมาส่งอดูว่ากุ้งจะวางไข่หรือไม่


ในส่วนของเทคนิคในการเร่งให้กุ้งฝอยวางไข่นั้น สามารถทำได้โดยการนำเอาสายยางน้ำประปามาเปิดลงบ่อ ให้เปิดน้ำแรงๆ ทิ้งไว้ซัก 10-20 นาที กุ้งฝอยนั้นชอบเล่นน้ำไหล และจะดีดตัวทำให้ไข่ตกลงมา ซึ่งตามธรรมชาตินั้นกุ้งจะไม่วางไข่ถ้าน้ำนิ่ง เลี้ยงต่อไปราวๆ 1-2 เดือน กุ้งจะโตเต็มที่ และสามารถจับขายได้ แต่ถ้านับเวลาเตรียมบ่อตั้งแต่ช่วงแรกนั้นจะใช้เวลาประมาณ 4 เดือนครับ


จากการเลี้ยงในบ่อตามขนาดที่คุณจันทร์ ชัยภา แนะนำนั้นจะได้กุ้งฝอยทั้งหมดประมาณ 20-30 กิโลกรัม ต่อบ่อ ซึ่งจะขายได้ในราคา 100 ถึง 200 บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว แถวตลาดบ้านผมทำเป็นก้อง ก้องละ 20 บาท ไม่ถึงขีดด้วยซ้ำครับ รับรองว่ากำไรดี
ขอบคุณบทความดีๆ จาก
http://www.xn--12c1bij4d1a0fza6gi5c.com/

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2559

การเลี้ยงกุ้งฝอย ในบ่อดิน


สําหรับการเลี้ยงกุ้งฝอย ควรเป็นบ่อขนาด 1 งาน หรือประมาณ 0.5 ไร่ ถ้าขนาดใหญ่เกินไปจะทําให้ดูแลได้ไม่ทั่วถึง ความลึกของบ่อประมาณ 1.5 เมตร เติมน้ำสูง ประมาณ 1 เมตร แต่สิ่งสําคัญประการหนึ่งคือ การป้องกันศัตรู ดังนั้น บริเวณบ่อต้องให้โล่งเตียน เพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของกบ เขียด งู ที่จะมาลงกินกุ้งฝอยในบ่อเลี้ยง นอกจากนี้ ในบ่อเลี้ยงต้องมีการกําจัดปลาที่เป็นศัตรูอย่าง ปลาช่อนปลาดุกด้วย

“พวกนี้จัดเป็นศัตรูของกุ้งฝอยมาก ที่สําคัญ จําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดําเนินการหาทางป้องกันไว้ โดยที่ปฏิบัติอยู่เราจะล้อมรอบบ่อเลี้ยงด้วยไนลอนเขียวตาถี่ๆ ด้วย และในการป้องกันกําจัดศัตรูที่อยู่ในน้ำเราจะใช้พวกกากชา หางไหล ใส่ทิ้งไว้ 3-5 วัน”
ในการเตรียมบ่อเลี้ยงให้เริ่มจากหว่านปุ๋ยคอกจํานวน 150-200 กิโลกรัม หว่านรําละเอียด 30 กิโลกรัม แล้วใส่น้ำสูง 30-50 เซนติเมตร เมื่อเกิดไรแดงและโรติเฟอร์จํานวนมาก สีน้ำเริ่มเขียวให้นําพ่อแม่พันธุ์กุ้งฝอยใส่ลงไปจํานวน 4-5 กิโลกรัม สําหรับพ่อแม่พันธุ์กุ้งฝอยที่นํามาใส่บ่อเลี้ยงควรคัดที่มีขนาดใหญ่ และขนาดใกล้เคียงกัน โดยสามารถคัดได้ทุกฤดูกาล ยิ่งในช่วงฤดูร้อนยิ่งดีมาก กุ้งฝอยจะขยายพันธุ์ได้เร็วในช่วงฤดูฝน

“กุ้งฝอยจะผสมพันธุ์ภายใน โดยเพศเมียจะมีไข่ขนาดเล็กๆ อยู่ในหัวและเมื่อได้รับการผสมแล้ว จะเคลื่อนที่มาอยู่บริเวณท้อง จนกว่าไข่จะแก่ เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ถ้าไข่สีเขียวเข้มจนเป็นสีเทาแสดงว่าไข่แก่ เมื่อน้ำมีสภาพดี โดยเฉพาะถ้าเป็นน้ำขุ่นจะเจริญเติบโตดีมากกว่าน้ำใส ซึ่งในกรณีของน้ำที่ใช้เลี้ยงนี้ กําลังอยู่ระหว่างช่วงการศึกษาเกี่ยวกับความขุ่นของน้ำที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกุ้งฝอยว่าควรเป็นเท่าใด

และกุ้งฝอยจะชอบน้ำมีสีเขียวที่มีแพลงก์ตอนพืชและไรแดง จะชอบมากและวางไข่ ลูกกุ้งจะลอยน้ำในแนวดิ่ง”

อาหารที่ใช้เลี้ยงกุ้งฝอยใช้รําละเอียดและปลาป่น อัตรา 3 ต่อ 1 โดยจากการศึกษาในตู้เพาะเลี้ยงพบว่า สามารถให้ผลผลิตกุ้งฝอยได้ดี และมีปริมาณผลผลิตมาก รวมทั้งมีการใส่ปุ๋ยคอกเสริมบ้างเพื่อสร้างน้ำสีเขียว

สําหรับระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงกุ้งฝอยนั้น จากการศึกษาพบว่า การเลี้ยงกุ้งฝอย หากสามารถปล่อยพ่อแม่พันธุ์ได้ทุกเดือนที่พบว่ากุ้งฝอยมีไข่แก่ บริเวณช่องท้องและเมื่อ กุ้งวางไข่แล้ว จะผสมพันธุ์ได้ต่อไป เมื่อลูกกุ้งเล็กๆ เลี้ยง 3-4 เดือน จะได้ลูกกุ้งโตเต็มวัยสามารถช้อนขายได้ หรือจะช้อนขายเมื่อเห็นว่ากุ้งในบ่อเลี้ยงมีจํานวนมาก เพราะหากกุ้ง มีจํานวนมากเกินไป จะทําให้กุ้งไม่โตและกินกันเองระหว่างการลอกคราบ

นอกจากนี้ ระหว่างการเลี้ยงอาจมีการเพิ่มน้ำหากพบว่า น้ำในบ่อมีปริมาณลดลงไป หากน้ำมีจํานวนน้อยหรือตื้นเขิน กุ้งจะโตช้าและอ่อนแอ

วิธีการจับกุ้งฝอยที่เลี้ยงไว้ในบ่อ 1.ใช้ยอตาถี่ยก โดยการใส่อาหารลงไปในยอเพื่อล่อให้กุ้งมากินอาหาร ประมาณ 10 นาที ยกขึ้น ปริมาณกุ้งจะติดมาในยอมาก โดยขึ้นอยู่กับขนาดของยอด้วย 2.ใช้สวิงช้อนรอบๆ บ่อ วิธีการนี้ควรทําในช่วงเย็นๆ จะดี เนื่องจากตอนเช้านั้น ปริมาณออกซิเจนในน้ำต่ำ จะทําให้กุ้งที่อยู่ภายในบ่ออ่อนแอลงไป เนื่องจากตกใจหรือเครียดในระหว่างการรวบรวม 3.การจับกุ้งนั้นเมื่อจําเป็นต้องวิดน้ำให้บ่อแห้ง ต้องมีการใช้อวนลากก่อน (อวนต้องมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก เพราะหากขนาดใหญ่ กุ้งจะบอบช้ามากและตายภายในเวลาอันรวดเร็ว) จนเหลือกุ้งจํานวนน้อยแล้วค่อยวิดน้ำให้แห้ง หากวิดน้ำครั้งเดียวเลยจะทําให้กุ้งตายหมด และจําหน่ายได้ในราคาต่ำ

ตลาดของกุ้งฝอย

กุ้งฝอยสามารถจําหน่ายได้ดีในปัจจุบัน ซึ่งนิยมบริโภคกุ้งฝอยกันมาก โดยซื้อไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น พล่า แกงเลียง ทอดมัน ทอดใส่ไข่ เป็นต้น โดยกุ้งฝอยจะมีรสชาติอร่อย

“นอกจากนี้ ยังมีการนํากุ้งฝอยเป็นๆ ไปใส่ในตู้ปลาตามร้านอาหารหรือภัตตาคาร เพื่อจําหน่ายสดๆ อันเป็นที่นิยมของลูกค้ามากในปัจจุบัน แต่หากเห็นว่าปริมาณกุ้งฝอยจากการเพาะเลี้ยงมีปริมาณมากเกินไป ก็สามารถนํามาแปรรูปได้ โดยทําเป็นกุ้งจ่อม (กุ้งหมัก) ซึ่งจําหน่ายได้ราคาดีมาก ดังนั้น จะเห็นว่าการเลี้ยงกุ้งฝอยจะจําหน่ายได้ตลอดเวลา และราคากุ้งฝอยจะสูงมากในช่วงฤดูหนาว”

เครดิต บทความดีๆๆจาก
ณัฐพงศ์ (ศุภชัย) อรชร/นครราชสีมา  http://www.banmuang.co.th/

คลิป การเลี้ยงกุ้งฝอย ของเซียนทั้งหลาย



คลิป การเลี้ยงกุ้งฝอย ของเซียนทั้งหลาย  เชิญรับชม เพื่อความรู้และแนวทางครับ

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559

การเลี้ยงกุ้งฝอย วิธีเลี้ยงกุ้งในบ่อซีเมนต์

 การเตรียมบ่อซีเมนต์ สำหรับวิธีเลี้ยงกุ้งในบ่อซีเมนต์  

1.เตรียมบ่อซีเมนต์กลม ที่สะอาด ผ่านการใช้งานแล้ว ถ้าเป็นบ่อเก่าจะดีมากๆ หากเป็นบ่อใหม่ต้องทำการแช่น้ำทิ้งไว้ ซักอาทิตย์ก่อน เพื่อให้ให้มีความเค็มของปูน
2.เติมน้ำลงในบ่อ ทิ้งไว้หนึ่งสัปดาห์
3.นำสาหร่าย ผักตบชะวาหญ้าขน นำมาทิ้งไว้ให้เป็นฟ่อนๆ ประมาณ 4-5 ฟ่อน
4.แล้วปล่อยกุ้งลงไปประมาณ 5 ขีด ช่วงปล่อยกุ้งลงไปไม่ต้องให้อาหารประมาณ 7 วัน เพื่อให้กุ้งปรับสภาพในบ่อ

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

การเลี้ยงกุ้งฝอยแบบพอเพียง

การเลี้ยงกุ้งฝอย 
ถือว่าเหมาะสมกับคนไทยชาวบ้านอย่างเรา เพราะกุ้งฝอยเลี้ยงง่ายและมีความต้องการสูงเสมอมา เป็นอาชีพคลื่นใต้น้ำที่มาเรื่อยๆ แนะนำและภูมิใจเสนอเลยครับเป็นความการเลี้ยงสัตว์น้ำ ระดับ โอท็อบ 5 ดาวเลยทีเดียว ทั้งต้นทุนที่ต่ำ วัสดุไม่มาก ราคาเริ่มต้นไม่สูง พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์มีตามแหล่งธรรมชาติ ไม่ต้องสั่งซื้อในราคาแพง ตอบโจทย์ได้ทุกอย่าง เพียงคิดและทำ คุณก็จะมีแหล่งอาหารใหม่ทั้งไว้เลี้ยงกินเองในครัวเรือน หรื่องเลี้ยงเป็นล่ำเป็นสันยังได้ ขอทุกคนรวยๆกับอาชีพเกษตรนะครับ สวัสดี